fbpx

จัดการเรียนรู้แบบไฮบริดเลิร์นนิ่งอย่างไรให้เวิร์ค

          สถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ทำให้สถานบันการศึกษาทั่วโลกต้องหยุดการเรียนการสอนในห้องเรียน ดังนั้นสถานศึกษาต้องเตรียมแพล็ตฟอร์มรองรับ ผู้สอนต้องปรับเปลี่ยนวิธีการสอน ผู้เรียนต้องปรับเปลี่ยนวิธีเรียน ทำให้การจัดการเรียนการสอนดำเนินต่อได้ ดังประโยคที่ว่า “สถานศึกษาหยุดได้ แต่การเรียนรู้หยุดไม่ได้”

การเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ (Hybrid Learning)

การเรียนรู้แบบปรับเปลี่ยนได้ เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป โดยผสมผสานการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน (Synchronous) และคนละเวลากัน (Asynchronous) ที่เชื่อมโยงกันด้วยเครือข่ายโทรคมนาคม สามารถเรียนในห้องเรียนก็ได้ ออนไลน์ก็ได้ คนละที่หรือที่เดียวกันก็ได้

ทำอย่างไรให้เวิร์ค

1. รักษากิจวัตรเวลาเรียนแบบเดิม
ผู้สอนและผู้เรียนยังคงใช้ตารางเวลาเรียนแบบเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้แพล็ตฟอร์มออนไลน์ เพื่อรักษากิจวัตรแบบเดิมให้คุ้นชิน เป็นนิสัย สร้างวินัยในการเรียนแม้จะอยู่ที่บ้าน การมีแบบแผนในการเรียนที่ชัดเจนจะช่วยให้กิจกรรมต่างๆ เป็นไปด้อย่างราบรื่น ทั้งการสอน การพูดคุย และการประชุม


2. การบ้านกระชับขึ้น ไม่ซับซ้อน
การบ้านจะต้องสื่อสารให้เข้าใจง่ายและชัดเจน เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเข้าใจได้ตรงกันและทำการบ้านได้เสร็จสมบูรณ์ ผู้สอนนำการบ้านแบบเดิมที่วางแผนไว้มาแบ่งย่อยเป็นส่วนเล็กๆ ทยอยมอบหมายเป็นส่วนๆ ในแต่ละครั้งที่จัดการเรียนการสอน2.

3. ผู้สอนสร้างสื่อการเรียนรู้
การเรียนรู้ออนไลน์ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน ผู้สอนจะต้องเตรียมหรือสร้างสื่อการเรียนรู้ เช่น สื่อปฏิสัมพันธ์ คลิปวิดีโอสั้นๆ แม้ว่าคุณภาพการสร้างอาจสู้นักผลิตสื่อมืออาชีพไม่ได้ แต่มีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะผู้สอนมีความสัมพันธ์กับผู้เรียนโดยตรง อาจเป็นคลิปวิดีโออธิบายการบ้านก็ได้

4. สอนออนไลน์สดแบบไม่บังคับให้ทุกคนต้องเข้า
การสอนออนไลน์สดมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สอนกับผู้เรียนได้พูดคุยกันหลังจากผู้เรียนดูสื่อการเรียนรู้มาแล้ว เพื่อให้เกิดการถาม-ตอบ การสอนออนไลน์ไม่จำเป็นต้องสอนสดตลอด เนื่องจากผู้เรียนทุกคนอาจมีความพร้อมในด้านอุปกรณ์ เวลา และอินเทอร์เน็ต ไม่เท่ากัน

5. พยายามอย่าให้ผู้เรียนอยู่หน้าจอทั้งวัน
ผู้สอนควรแนะนำให้ผู้เรียนทำกิจกรรมอื่นที่หลากหลายและไม่ใช้กิจกรรมบนคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต เช่น การออกกำลังกาย อ่านหนังสือ การเขียน วาดภาพ แล้วถ่ายรูปหรือสแกนส่งมาเป็นการบ้านแทน

6. ให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วม
การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่สามารถให้ผู้ปกครองได้ร่วมกันทำกับผู้เรียน ทำให้การเรียนรู้สนุกมากยิ่งขึ้น และเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมครอบครัว ผู้สอนควรทำแผนการเรียนรายสัปดาห์ส่งให้ผู้ปกครองด้วย เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถเสนอแนะได้ และช่วยให้ผู้ปกครองทราบและช่วยติดตามผลลูกได้ด้วย

7. ใช้แพล็ตฟอร์มออนไลน์
ปัจจุบันมีเครื่องมือมากมายที่สามารถช่วยจัดการเรียนรู้ออนไลน์ เช่น ระบบการจัดการเรียนรู้ (Learning Management System : LMS) โปรแกรม YouTube, Zoom, Google Meet, Google Classroom, Microsoft Teams, Kahoot, ClassDojo ที่สามารถแบ่งปันสื่อการเรียนรู้ ทบทวนเนื้อหา มีระบบการบ้าน สุ่มรายชื่อออนไลน์ และการสอบออนไลน์